ภูเก็ตเดินหน้าโรดโชว์ตะวันออกกลาง “Phuket Roadshow To Middle East 2026 ” ขยายตลาดคุณภาพ สร้างรายได้กรีนซีซั่น

ภูเก็ตเดินหน้าโรดโชว์ตะวันออกกลาง “Phuket Roadshow To Middle East 2026 ” ขยายตลาดคุณภาพ สร้างรายได้กรีนซีซั่น

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุก ขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพในภูมิภาคตะวันออกกลาง จัดกิจกรรมโรดโชว์ส่งเสริมการท่องเที่ยว “Phuket Roadshow To Middle East 2026” ระหว่างวันที่ 11–15 มกราคม 2569 ครอบคลุม 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศโอมาน ประเทศคูเวต และประเทศจอร์แดน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต)

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นำทีมโดยนายอานุภาพ เวชวนิชสนอง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต พร้อมคณะ ร่วมด้วย นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจากจังหวัดภูเก็ตกว่า 30 หน่วยงาน โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้านการตลาดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานดูไบ ในการประสานงานและเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและสร้างความร่วมมือระยะยาว

กิจกรรมโรดโชว์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ณ โรงแรม InterContinental กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน โดยได้รับเกียรติจาก นางสาววารุณี ปั้นกระจ่าง เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงมัสกัต กล่าวต้อนรับและชี้ให้เห็นว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนความนิยมที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวชาวโอมานที่มีต่อจังหวัดภูเก็ต และเป็นโอกาสสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจระหว่างไทย–โอมาน

ในโอกาสเดียวกัน คณะผู้แทนจากจังหวัดภูเก็ตได้เข้าพบกระทรวงท่องเที่ยวของประเทศโอมาน เพื่อพบปะหารือ สานสัมพันธ์ และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการพัฒนาการท่องเที่ยว โดยทางกระทรวงท่องเที่ยวโอมานได้เชิญ บริษัทนำเที่ยวและเอเย่นต์ท่องเที่ยวชั้นนำของโอมาน เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการเจรจาทางธุรกิจโดยตรง และต่อยอดความร่วมมือในระยะยาว

ต่อมาในวันที่ 13 มกราคม 2569 ณ โรงแรม Crowne Plaza Kuwait ประเทศคูเวต ได้รับเกียรติจากสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต เข้าร่วมงาน โดยมี นางอุไรวรรณ กูร์โตด์ อุปทูตฯ ให้การต้อนรับ ภายในงานมีการนำเสนอศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างผู้ประกอบการไทย–คูเวต มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สายการบิน Jazeera Airways และ Emirates บริษัทนำเที่ยว สื่อมวลชน และผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 120 คน

ปิดท้ายกิจกรรมเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ โรงแรม Amman Rotana ประเทศจอร์แดน โดยมี นายอดิศักดิ์ จันทาทุม อุปทูตฯ พร้อมคณะเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ภายในงานมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจากไทยและจอร์แดนเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจกว่า 100 ราย โดยสายการบินเอมิเรตส์ สำนักงานจอร์แดน เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน

นายอานุภาพ เวชวนิชสนอง รองนายก อบจ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ผลจากการเจรจาและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เกิดการจองห้องพักและแพ็กเกจท่องเที่ยวล่วงหน้าอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าในปี 2569 จะมีนักท่องเที่ยวจากโอมาน คูเวต และจอร์แดน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตรวมเกือบ 100,000 คน

ด้านนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ กล่าวว่า ตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีความสำคัญต่อจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะในช่วงกรีนซีซั่น เนื่องจากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้นิยมเดินทางหนีอากาศร้อนจัดที่มีอุณหภูมิสูงถึง 40–50 องศาเซลเซียส มาท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีระยะเวลาพำนักยาว 7–14 วัน และมีศักยภาพการใช้จ่ายสูง เฉลี่ย 60,000–70,000 บาทต่อทริป มีศักยภาพการใช้จ่ายสูง ช่วยกระจายรายได้สู่ที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวในท้องถิ่น
ในด้านการบิน ปัจจุบันมีสายการบินจากตะวันออกกลางให้บริการบินตรงสู่ประเทศไทยรวมกว่า 13 สายการบิน และในช่วงกลางปี 2569 สายการบิน Emirates มีแผน เพิ่มความถี่เที่ยวบินตรงเส้นทางดูไบ–ภูเก็ต เป็นวันละ 3 เที่ยวบิน เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน สายการบิน Kuwait Airways ก็มีแนวโน้มที่อาจมีข่าวดีเกี่ยวกับการ เปิดเส้นทางบินตรงคูเวต–ภูเก็ต ภายในปีนี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง และสนับสนุนการเติบโตของตลาดคูเวตในระยะต่อไป

สมาคมฯ ประเมินว่า ตลาดตะวันออกกลางจะสามารถสร้างรายได้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของจังหวัดภูเก็ต และเป็นกลไกสำคัญในการกระจายความเสี่ยงของตลาด สร้างสมดุลนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี รวมถึงเสริมรายได้ในช่วงกรีนซีซั่น เพื่อผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตก้าวสู่การเป็น แหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก (World Class Destination) อย่างยั่งยืน